|
|
|
ท้องเสีย อาการถ่ายเหลว อุจจาระเป็นน้ำบ่อยครั้ง ปวดท้องและมีลม เรียกว่า ภาวะท้องเสียหรืออุจจาระร่วง ซึ่ง ปฏิกิริยาอย่างหนึ่งของร่างกายเพื่อตอบสนองต่อสารพิษ เชื้อโรค ตลอดจนการระคายเคืองที่เกิดขึ้นภายในทางเดินอาหาร ซึ่งกลไกหลัก 2 อย่างที่เกิดขึ้นในภาวะดังกล่าวคือ เริ่มจากจะมีการหลั่งของเหลวบริเวณลำไส้เพิ่มขึ้น หลังจากนั้นกล้ามเนื้อบริเวณลำไส้จะบีบตัวอย่างแรงหลายครั้ง ส่งผลให้อุจจาระที่ขับออกมามีลักษณะเหลว และต้องถ่ายหลายครั้ง เพื่อเป็นการกำจัดของเสียออกจากร่างกายนั่นเอง สารพิษที่ร่างกายต้องการกำจัดออกคือ แบคทีเรีย หรือ ไวรัส ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า และปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด นอกจากนี้ในบางคนจะมีอาการท้องเสียเมื่อกินนม เนื่องจากไม่มีน้ำย่อยที่ใช้ในการย่อยนม การใช้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน สามารถทำให้ท้องเสียได้ เนื่องจากยาปฏิชีวนะจะรบกวนเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้เป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยในการสร้างวิตามินเค เปรียบเสมือนทหารที่คอยป้องกันแบคทีเรียซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย
สาเหตุของภาวะท้องเสีย สรุปได้ดังนี้ 1. ติดเชื้อไวรัส 2. ติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา 3. อาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด 4. แพ้อาหาร 5. ผลข้างเคียงจากการใช้ยา โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ 6. ความเครียด 7. ภาวะที่ร่างกายขาดน้ำและขาดสมดุลของแร่ธาตุ ถึงแม้ว่าภาวะท้องเสียจะทำให้คุณรู้สึกทรมาน แต่การกินยาเพื่อให้หยุดถ่ายนั้นไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นการกักสารพิษไว้ และในที่สุดร่างกายก็จะตอบสนองโดยหาทางกำจัดสารพิษเหล่านี้ผ่านทางอื่นแทน การบำบัดภาวะท้องเสียด้วยวิธีธรรมชาติในรายที่มีอาการท้องเสียเฉียบพลัน ต้องพยายามรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย เพราะในขณะที่ถ่าย ร่างกายจะสูญเสียน้ำและแร่ธาตุ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำ 2 แก้วทุกๆชั่วโมง นอกจากนี้การดื่มน้ำผัก-ผลไม้คั้นสดยังช่วยทดแทนแร่ธาตุที่สูญเสียไป ( ขณะนี้พยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารอื่นๆ โดยเฉพาะอาหารที่ต้องเคี้ยว เนื่องในขณะนี้ลำไส้ไม่สามารถทำงานหรือย่อยอาหารได้ตามปกติ) ถ้าพบว่าปากแห้งหรือมีรอยย่นตามผิวหนังที่เพิ่งเกิดและไม่สามารถคลี่ออกได้ด้วยมือแล้ว นั้นหมายถึงว่าในขณะนี้ ร่างกายของคุณสูญเสียน้ำถึงขั้นรุนแรง ให้รีบดื่มน้ำหรือน้ำผัก-ผลไม้ทันที เมื่ออาการท้องเสียดีขึ้น คุณจะรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น ในตอนนั้นคุณสามารถรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ซุป ข้าวก้อง ผัก-ผลไม้สุก ได้ แต่ให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน น้ำตาล(โดยเฉพาะในกรณีท้องเสียจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากน้ำตาลเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย นอกจากนี้น้ำตาลยังกระตุ้นขบวนการอักเสบให้เป็นมากขึ้น) คาเฟอีนและสุรา (เนื่องจากมีฤทธิ์กระตุ้นให้ทางเดินอาหารทำงานหนักเกินไป) การรับประทานอาหารประเภท probiotics ซึ่งหมายถึงอาหารที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย( ได้แก่ Streptococcus thermophilus , Lactobacillus bulgaricus , Lactobacillus acidophilus ,Lactobaciilus bifidus) จะช่วยปรับสมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ของมนุษย์ ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อใช้ในการต่อสู้กับแบคทีเรียที่ทำให้เกิดภาวะท้องเสีย ผลิตภัณฑ์ประเภท probiotics ได้แก่ นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ คีเฟอร์) นอกจากนี้การดื่มน้ำขิง จะช่วยลดการอักเสบบริเวณลำไส้และช่วยลดผลข้างเคียงที่เกิดจากภาวะอาหารเป็นพิษได้อีกด้วย การดื่มน้ำเกลือแร่ในระหว่างที่ท้องเสียนั้นเป็นวิธีที่ผิด เนื่องจากเกลือแร่ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้นั้นต้องเป็นเกลือแร่ชนิดอินทรีย์(หมายถึงเกลือแร่ที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิต ในที่นี้หมายถึงพืชและสัตว์) แต่เกลือแร่ที่สังเคราะห์ขึ้นมานั้นเป็นเกลือแร่ชนิดอนินทรีย์ซึ่งร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้ได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ร่างกายในการขจัดแร่ธาตุที่ไม่สามารถนำไปใช้ได้เหล่านี้ออกจากร่างกายอีกด้วย
เรียบเรียง โดย บริษัท กู๊ดเฮลท์ ประเทศไทย จำกัด ( 24 / 4 / 2550 )
|
|
|
|