|
|
|
นิ่วในถุงน้ำดีกับการผ่าตัด
เมนูอาหารที่อร่อยๆ หลายๆอย่าง ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากส่วนประกอบที่เป็นไขมัน เพราะไขมันจะช่วยให้อาหารกลมกล่อมและนุ่มขึ้น และน้ำดีก็มีหน้าที่หลัก ทำให้ไขมันแตกตัว ง่ายต่อการย่อยด้วยน้ำย่อยต่อไป น้ำดีนั้นที่จริงแล้วผลิตจากตับ ไม่ใช่ผลิตจากถุงน้ำดีอย่างที่เข้าใจกัน เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่มีรูปร่างเหมือนสามเหลี่ยมอยู่ที่บริเวณช่องท้องด้านขวา และมีท่อเชื่อมต่อกับถุงน้ำดีที่อยู่ด้านหลัง เมื่อตับผลิตน้ำดีแล้ว จะถูกส่งไปเก็บที่ถุงน้ำดี และเมื่อเรารับประทานอาหารประเภทไขมัน น้ำดีจะถูกขับออกมาจากถุงน้ำดี ไปยังลำไส้เล็กเพื่อทำหน้าที่สลายไขมันซึ่งจัดว่าเป็นด่านแรกในการจัดการกับอาหารพวกไขมัน ปัญหาที่พบบ่อยในถุงน้ำดี คือ นิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน คือการผ่าตัด ซึ่งเป็นการตัดนิ่วออกพร้อมกับถุงน้ำดี สำหรับวิธีการผ่าตัดในปัจจุบันมีทั้งการผ่าตัดตามปกติ ซึ่งบาดแผลค่อนข้างใหญ่ และการผ่าตัดผ่านกล้อง ทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม การผ่าตัด อาจมีผลข้างเคียง ได้แก่ § เลือดออก § การติดเชื้อ § มีบาดแผลเกิดขึ้น ณ ท่อนำน้ำดีเข้าสู่ลำไส้เล็ก § มีบาดแผลเกิดขึ้นตามลำไส้เล็กและเส้นเลือด เนื่องจากเครื่องมือผ่าตัด
นอกจากนี้การตัดถุงน้ำดี ย่อมมีผลกระทบต่อการย่อยอาหารจำพวกไขมันอย่างแน่นอน เนื่องจากน้ำดีที่ผลิตจากตับ จะขาดที่กักเก็บ(ปกติน้ำดีที่สร้างเสร็จ จะถูกเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี) ดังนั้นน้ำดีที่สร้างเสร็จจะยังอยู่ที่ตับ ทำให้อัตราการไหลของน้ำดีลดลง เพราะตับไม่สามารถบีบตัวเพื่อให้น้ำดีเคลื่อนไปยังลำไส้ ทำให้เกิดปัญหาอาหารไม่ย่อย ท้องผูก หรือท้องเสีย และเมื่อน้ำดีคั่งในตับมากเกินไปตับจะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ( ภาวะปัญหาการคั่งของตับและปัญหาการย่อยของลำไส้เล็ก ทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับ ลมหายใจมีกลิ่น) นอกจากนี้ภาวะอัตราการไหลของน้ำดีที่ลดลง ยังทำให้ม้ามและตับอ่อนอ่อนแอลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดเบาหวานอีกด้วย เนื่องจากม้ามมีเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับถุงน้ำดี ดังนั้นเมื่อถุงน้ำดีถูกตัดออก ย่อมมีผลกระทบต่อการทำงานของม้ามเช่นกัน (ตามหลักของแพทย์แผนจีนแล้ว ม้ามมีความสัมพันธ์กับหัวใจ เมื่อม้ามผิดปกติ หัวใจจะทำงานผิดปกติด้วย) และจากสถิติแล้วพบอัตราการเกิดภาวะหัวใจวายในผู้ที่ถูกตัดถุงน้ำดีได้มากกว่าคนทั่วไป ภาวะภูมิแพ้ และภูมิไวเกิน ยังเป็นภาวะที่เกิดจากการตัดถุงน้ำดีอีกด้วย(ทั้งนี้เป็นผลกระทบจากภาวะที่ตัดและม้ามไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ) นอกจากนี้ปัญหาอื่นๆที่พบได้ในผู้ที่ตัดถุงน้ำดีคือ 1. มีอาการคันตามผิวหนัง (ในกรณีที่มีผื่นร่วมด้วย เกิดจากม้ามทำงานผิดปกติ, ในกรณีที่ไม่มีผื่นคัน เกิดจากตะกอนของบิลิลูบิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของน้ำดี นั้นตกตะกอนบริเวณใต้ผิวหนัง) 2. ข้ออักเสบ เนื่องจากตับและม้ามทำงานผิดปกติ 3. โลหิตจาง (ภาวะที่มีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ) เนื่องจากตับและม้ามเป็นอวัยวะที่กำจัดเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ (ปกติเม็ดเลือด แดงจะมีอายุเฉลี่ย 100-120 วัน) เมื่อตับและม้ามทำงานผิดปกติ วงจรการทำลายและสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่จะผิดปกติไปด้วย ในผู้ที่ตัดถุงน้ำดีทิ้ง จะพบมีปัญหาน้ำดีคั่งที่ตับ ซึ่งการแก้ปัญหานี้ ก็คือ พยายามเพิ่มอัตราการไหลของน้ำดี ด้วยการกินมะระจีนในตอนเช้า เพื่อช่วยทำความสะอาดตับ และกินCoptis ในช่วงเย็นเพื่อกระตุ้นอัตราการไหลของน้ำดี ซึ่งสามารถใช้ได้ผลดี สามารถช่วยลดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นจากการตัดถุงน้ำดีได้เป็นอย่างดี รวมถึงปัญหานอนไม่หลับ ปัญหาอาหารไม่ย่อย เริ่มจากเมื่อตื่นเช้า ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้วแล้วออกกำลังกาย หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงให้กินมะระจีน และรออีกประมาณครึ่งชั่วโมงจึงรับประทานอาหารเช้า (น้ำอุ่นจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้เล็กและไต) จากที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นวิธีการช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่เคยผ่านการตัดถุงน้ำดี มีคุณภาพที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การกำจัดนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยวิธีทางธรรมชาติ และไม่ต้องใช้การผ่าตัดนั้นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า (สามารถอ่านได้จากบทความเรื่อง ล้างพิษตับ http://www.goodhealth.co.th/new_page_65.htm ) เรียบเรียง 16 กรกฎาคม 2550
|
|
|
|