|
|
|
ความดันโลหิตต่ำ โรคความดันโลหิตนั้นไม่ได้มีแค่ความดันโลหิตสูง เท่านั้น แต่ภาวะความดันโลหิตต่ำก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง เพราความดันต่ำจะทำให้คุณเวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย อ่อนแรง เป็นลมได้ง่าย และมีอาการวิงเวียนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปลี่ยนท่าจากท่านอน มาเป็นยืนหรือนั่ง สาเหตุของภาวะความดันโลหิตต่ำ§ สาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะความดันโลหิตต่ำ คือ ภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกโปรตีน วิตามินซี วิตามินบี ทำให้เนื้อเยื่อรอบๆผนังหลอดเลือดแดงไม่แข็งแรง และคลายตัวมากเกินไป § การสูญเสียโลหิต ทั้งแบบกะทันหัน เช่นอุบัติเหตุ หรือการสูญเสียโลหิตแบบเรื้อรัง เช่น บาดแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้หรือที่ไต § การสูญเสียน้ำ เช่น เหงื่อ ท้องเสีย § การติดเชื้อรุนแรง § โรคหัวใจ § การตั้งครรภ์ § ภาวะซึมเศร้า การบำบัดภาวะความดันโลหิตต่ำØ การดื่มน้ำคั้นบีทรูทสด วันละ1-2 แก้ว สามารถช่วยปรับความดันได้เป็นอย่างดี Ø รับประทานอาหารที่มีโปรตีน วิตามินบี และวิตามินซีอย่างเพียงพอ เพราะอาหารเหล่านี้จะกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนต่อมหมวกไต ช่วยในการปรับระดับความดันโลหิตให้สูงขึ้น Ø การอาบน้ำหรือการแช่ตัวในน้ำเกลือ Epsom (เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต) โดยละลายเกลือกับน้ำในอัตราส่วน 1: 1 เกลือชนิดนี้มีขายทั่วไปตามร้านขายยา และนิยมใช้แช่ตัวในขบวนการล้างพิษอีกด้วยเนื่องจากเกลือชนิดนี้สามารถช่วยบรรเทาอาการคัน อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และช่วยชะล้างสารพิษ สำหรับผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ การแช่ตัวในน้ำเกลือ Epsom ประมาณ 10 20 นาทีก่อนนอน จะช่วยปรับความดันให้สูงขึ้น Ø นำลูกเกด 32 เม็ดมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้นเมื่อตื่นเช้ามา ให้เคี้ยวลูกเกดทีละเม็ดร่วมกับการดื่มน้ำ Ø บดใบกระเพรา 10 15 ใบมาบดและผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา รับประทานเมื่อตื่นนอนตอนเช้า Ø โยคะ ท่าโยคะบางท่าสามารถช่วยปรับสมดุลความดันได้ดี ในกรณีที่มีปัญหาความดันโลหิตต่ำ 1. ท่าshoulder stand
2. ท่า plough
เป็นท่าต่อเนื่องจากshoulder stand คือหลังจากที่ค้างให้แผ่นหลังและขาอยู่ในระนาบเดดียวกันในแนวตั้งสักพัดแล้ว เราจะค่อยๆวางขาลงที่พื้น ( เคลื่อนขาผ่านศีรษะไป) แล้ววางปลายเท้าลงที่พื้นโดยที่ขาทั้ง2ข้างอยู่ในท่าเหยียดตรง 3. การฝึกหายใจ มีผลต่อสมดุลของความดันโลหิต วิธีนี้สามารถฝึกได้ทั้งผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและความดันต่ำ โยคะ เป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ซึ่งมีทุกท่าทางการเคลื่อนไหว มีความสัมพันธ์กับการหายใจ จะเป็นการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ มีจังหวะ และรวบรวมสมาธิไว้ ณ จุดหนึ่ง โดยแต่ละท่าจะเป็นการยืดและเหยียดกล้ามเนื้อทั้งสองข้าง ผู้ฝึกจะมีความเชื่อว่าลมหายใจเป็นแหล่งกำเนิดของพลังงานทั้งหลายที่ร่างกายนำไปใช้ ดังนั้นการหายใจขณะฝึกโยคะจะเป็นการหายใจลึกๆ ช้าๆ เป็นจังหวะ และเมื่อหายใจเข้าสุดแล้วจะกลั้นลมหายใจไว้ขณะหนึ่งก่อนที่จะหายใจออกอย่างช้าๆและเป็นจังหวะเช่นกัน โยคะจึงจัดเป็นศาสตร์ที่คงไว้ซึ่งความสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจ การฝึกหายใจอย่างสมบูรณ์ สามารถฝึกด้วยวิธีการง่ายๆ ดังนี้ v เริ่มจากนอนหงายหน้า วางมือไว้บนท้อง ขณะหายใจเข้าทางจมูก ให้สังเกตว่าหน้าท้องมการพองขึ้น โดยดูจากนิ้วที่แยกห่างออกจากกัน ค่อยๆปล่อยลมหายใจออก v เลื่อนมือมาไว้ที่กระดูกซี่โครง ตอนนี้ให้หายใจเข้าแล้วสังเกตการขยายตัวของกระดูกซี่โครงแทน โดยดูจากนิ้วที่แยกห่างออกจากกัน ค่อยๆปล่อยลมหายใจออก v เลื่อนมือมาวางไว้ที่คอ หายใจเข้าโดยพยายามใช้หน้าอกช่วงบนเท่านั้น จะสังเกตเห็นว่านิ้วจะถือยกสูงขึ้นขณะหายใจเข้า และค่อยๆปล่อยลมหายใจออก v วางมือทั้ง 2 ข้างไว้ข้างลำตัว โดยหงายมือขึ้น และทำการหายใจทั้ง 3 ขั้นที่ผ่านมา เริ่มจากหายใจเข้าให้หน้าท้องพองขึ้น หายใจออก จากนั้นใช้กล้ามเนื้อกะบังลม และกล้ามเนื้อหน้าอกตามลำดับ สมดุลของการหายใจ (นาดิ โสดานา) นาดิ โสดานา เป็นศาสตร์หนึ่งที่พัฒนามาจากโยคะประเภทปราณยามา ซึ่งเป็นการฝึกหายใจโดยตรง เป็นการหายใจเข้า-ออกด้วยรูจมูกข้างเดียว ซึ่งจะส่งผลถึงระบบประสาทและสร้างความสมดุลในการทำงานของสมองซีกซ้ายและขวา การฝึกหายใจด้วยวิธีนี้ ควรทำในช่วงเช้าและช่วงเย็น ครั้งละ 5 นาที ซึ่งในการฝึกนั้นไม่ต้องกลั้นลมหายใจ สำหรับวิธีการฝึก มีขั้นตอนดังนี้ v นั่งหลังตรง วางขาทั้ง 2 ข้างราบกับพื้น หลับตา ทำใจให้ผ่อนคลาย v วางมือขวาไว้บนสันจมูก โดยให้นิ้วโป้งสัมผัสบนจมูกข้างขวา ส่วนนิ้วกลางและนิ้วนาง สัมผัสกับจมูกด้านซ้าย v ข้อศอกขวาอยู่ชิดลำตัว (อยู่ในท่าที่จะไม่ทำให้เมื่อยแขน ) อย่าวางแขนบนพนักเก้าอี้ v ใช้นิ้วโป้งปิดรูจมูกข้างขวาและหายใจออกด้วยรูจมูกข้างซ้าย แล้วหายใจเข้าด้วยรูจมูกข้างซ้าย v ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางปิดรูจมูกข้างซ้ายและหายใจออกด้วยรูจมูกข้างขวา แล้วหายใจเข้าด้วยรูจมูกข้างขวา หมายเหตุ คุณไม่จำเป็นต้องหายใจลึกๆ เพียงแค่หายใจช้าๆก็พอ v ทำตามขั้นตอนดังกล่าวประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นปล่อยแขนพัก นั่งหลับตาอีกประมาณ 1-2 นาที สำหรับผู้ที่ฝึกใหม่ ในตอนแรกอาจจะรู้สึกหมุนศีรษะได้บ้าง และอาการดังกล่าวจะค่อยๆ ดีขึ้น
เรียบเรียง โดยบริษัท กู๊ดเฮลท์ (ประเทศไทย) จำกัด 20 / 08 /2550
|
|
|
|