|
|
|
ไซนัสอักเสบ
ความผิดปกติ หรือโรคระบบทางเดินหายใจ นอกจากภูมิแพ้แล้ว โรคหนึ่งที่เป็นกันมากไม่แพ้กันก็คือ โรคไซนัสอักเสบ หรือ ภาวะไซนัสติดเชื้อ (ไซนัสอักเสบ คือภาวะที่เยื่อบุจมูกและโพรงอากาศระคายเคืองเนื่องจากเชื้อโรค สารก่อภูมิแพ้ อากาศพิษ เป็นต้น ทำให้เยื่อบุเกิดการอักเสบและบวมขึ้น) ผู้ที่ป่วยด้วยภาวะดังกล่าว มักจะได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ยาลดการบวมของเยื่อบุ และยาสเตียรอยด์ ก่อนอื่นขอกล่าวเกี่ยวกับโครงสร้างของทางเดินหายใจ ให้เข้าใจกันคร่าวๆก่อน คือ ที่ภายในโพรงจมูกของเราจะมีเส้นขนเล็กๆ ซึ่งพัดไปมานาทีละประมาณ 16 ครั้ง เพื่อขจัดสิ่งแปลกปลอม แต่สำหรับผู้ที่เป็นไซนัสอักเสบนานๆจนถึงขั้นเรื้อรัง เส้นขนนี้จะทำงานพัดช้าลง ประกอบกับสิ่งระคายเคืองที่คอยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเมือกมากขึ้นเพื่อที่จะเจือจางเชื้อแบคทีเรีย ทำให้สารเมือกยิ่งคั่งอยู่ในโพรงอากาศที่บวมขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการกำจัดเชื้อแบคทีเรียออกไปจากโพรงจมูกในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ที่เป็นไซนัสอักเสบ จะมีอาการดังนี้ · อาการเหมือนคนเป็นหวัด แต่อาการดังกล่าวมักจะเป็นนานกว่า 10 วัน · น้ำมูกเหนียว สีเขียวหรือเหลือง · รู้สึกปวดแถวบริเวณฟันกรามบน ตา แก้มและศีรษะ · อาจรู้สึกเหมือนว่ามีน้ำมูกไหลจากจมูกลงไปในคอ การบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติ 1. ดื่มน้ำอุ่นที่ค่อนข้างร้อน บางตำราแนะนำให้ดื่มชาร้อน อาจจะเป็นชาเขียว ชาดำ หรือชาสมุนไพรก็ได้ แต่ทั้งนี้ควรเป็นชนิดที่สกัดคาเฟอีนออก ปริมาณที่เหมาะสมคือดื่มจนกระทั่งสีของปัสสาวะที่อกมาค่อนข้างจาง การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่เยื่อบุไซนัส และช่วยให้ขนขนาดเล็กที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ พัดโบกได้เร็วขึ้น จึงสามารถพัดเอาสารเมือกที่คั่งอยู่ออกจากโพรงอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางโดยเครื่องบิน อากาศบนเครื่องจะค่อนข้างแห้ง การดื่มชาร้อนจะช่วยบรรเทาอาการเนื่องจากไซนัสอักเสบได้มาก 2. นำผ้าขนหนูเล็กชุบน้ำอุ่น วางไว้บนหน้าบริเวณที่อยู่ระหว่างตา 2 ข้าง และบริเวณใต้ตา จะช่วยให้สารเมือกในไซนัสหมุนเวียนได้เร็วขึ้น และช่วยให้ขนพัดโบกได้ดีขึ้น
3. ล้างไซนัส ด้วยน้ำเกลือ ( เราสามารถทำน้ำเกลือเองได้โดยนำเกลือ 1ช้อนชาครึ่งผสมลงในน้ำอุ่น 8 ออนซ์ ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ใช้เกลือสินเทาหรือเกลือทะเล เพราะมีสารปนเปื้อนค่อนข้างสูง ไม่สะอาด แต่ควรใช้เป็นเกลืออนามัยจะดีกว่า และช้อนชาที่ใช้ควรจะมีความแม่นยำ จึงควรใช้เป็นช้อนยา ไม่ใช่ช้อนชาชนิดที่ใช้กันในครัว) ใช้หลอดหยดหรือดรอปเปอร์ดูดน้ำเกลือขึ้นมาประมาณ ¼ หรือ1/2 หลอด แล้วจึงหยดน้ำเกลือเข้าจมูกข้างหนึ่งโดยขณะที่หยด ให้แหงนหน้าไปด้านหลัง ตามองที่เพดาน น้ำเกลือจะไหลลงสู่ลำคออย่างรวดเร็ว และก่อนที่น้ำเกลือจะไหลเข้าสู่ลำคอให้ก้มหน้าลงเพื่อให้น้ำเกลือไหลออกทางจมูก (ถึงแม้ว่าจะมีน้ำเกลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ไหลออกมาจากจมูก เพราะน้ำเกลือที่ไหลลงคอนั้นไม่มีอันตรายแต่อย่างใด เพียงแค่อาจทำให้คุณรู้สึกแสบบ้างเล็กน้อย หากโพรงอากาศและจมูกของคุณค่อนข้างแห้ง) แล้วจึงทำซ้ำที่จมูกอีกข้าง หลังจากทำเสร็จอาจรู้สึกอยากใส่น้ำมูก ให้สั่งแค่เบาๆเท่านั้น อย่าเพิ่งสั่งแรง ส่วนตัวหลอดหยด หลังจากใช้เสร็จ ให้ล้างด้วยน้ำเปล่า และพันด้วยผ้าชุบแอลกอฮอล์เก็บใส่ขวดหรือกล่องที่ปิดฝา ก่อนนำมาใช้ครั้งต่อไปให้ล้างด้วยน้ำเปล่า สำหรับการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือดังกล่าวสามารถทำได้ทุกวัน วันละ2-3 ครั้ง หมายเหตุ น้ำเกลือที่เหลือ สามารถเก็บไว้ใช้ครั้งต่อไปได้อีกโดยปิดฝาและเก็บในตู้เย็น และแบ่งนำออกมาใช้แค่ปริมาณที่ต้องการในแต่ละครั้งเท่านั้น 4. คุณสามารถใช้ประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยบางประเภท เช่น ยูคาลิปตัส เมนทอล เพียงหยดน้ำมันเหล่านี้ลงในอ่างน้ำร้อน แล้ว ดมกลิ่น จะช่วยให้คุณรู้สึกโล่งมากขึ้น 5. การนอนโดยยกศีรษะให้สูงขึ้น จะทำให้ทางเดินหายใจที่เชื่อมระหว่างโพรงอากาศกับจมูกเปิดโล่ง ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น 6. พยายามอยู่ในสถานที่ที่ปราศจากฝุ่น หรือควัน โดยเฉพาะในห้องนอน เพราะฝุ่นจะกระตุ้นให้อาการของโรคไซนัสอักเสบเป็นมากขึ้น 7. การพักผ่อนให้เพียงพอ จิตใจผ่อนคลาย จะช่วยทำให้อาการของไซนัสอักเสบเป็นน้อยลง
ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณโล่งโปร่งสบายมากขึ้นจากอาการปวดศีรษะ น้ำมูกไหล โดยไม่ต้องใช้ยาหรือสารเคมีต่างๆ และไม่ผลเสียใดๆหากคุณจะลองใช้วิธีเหล่านี้ลดภาวะไซนัสอักเสบ
|
|
|
|