|
|
|
เร็วๆนี้สถาบันมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาได้เริ่มรณรงค์ที่จะให้ประชาชนป้องกันมะเร็งด้วยวิธี
โดยแนะนำให้ทานผักอย่างน้อย 5 จานต่อวันและผลไม้อย่างน้อย 3 จานต่อวัน
เหตุผลที่ให้ทำอย่างนี้ คือ
การทานผัก-ผลไม้ในปริมาณมากสามารถป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้
โรคมะเร็งเต้านม,โรคมะเร็งลำไส้,โรคมะเร็งหลอดอาหาร,โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร,โรคมะเร็งปอด,โรคมะเร็งปากมดลูกและโรคภัยไขัเจ็บในปัจจุบันนี้ล้วนแต่พบโดยนักวิจัยว่า
สารอาหารในพืชผักสามารถป้องกันได้และยังสามารถใช้รักษาโรคเหล่านี้ได้
สารอาหารในพืชผักเหล่านี้ได้แก่ สารไฟโตเคมิคอล
ซึ่งงานวิจัยต่างๆในยุคปัจจุบันนี้ล้วนมุ่งตรงไปยังสารไฟโตเคมิคอล
เพราะเป็นกุญแจสำคัญที่จะป้องกันโรคร้ายทั้งหลาย ทั้งโรคมะเร็ง โรคหัวใจ
รวมถึงโรคพื้นๆเช่น โรคหอบหืด โรคข้อ โรคภูมิแพ้
ในงานวิจัยบางชิ้นซึ่งได้ทำมาเป็นเวลายาวนานแล้ว ได้ทำการศึกษาทางระบาดวิทยา
และการเปรียบเทียบภาวะโภชนาการและการเป็นโรคในประชากรของประเทศต่างๆทั่วโลกซึ่งรับประทานผัก-ผลไม้ในปริมาณมาก
ในการศึกษานี้ได้วิจัยใน แอฟริกา จีน เมดิเตอร์เรเนียน รัสเซีย และอีกหลายที่
ซึ่งมีชุมชนซึ่งทานผัก-ผลไม้เยอะ ทานคาร์บอไฮเดรตที่มีไฟเบอร์เยอะ
โรคหลายโรคที่กระทบคนอเมริกันอย่างมาก ไม่พบในชุมชนเหล่านี้
ยกตัวอย่างเช่น 30 ปีของการศึกษาโดยนักวิจัยชาวอังกฤษที่ทำในแอฟริกาพบว่า
ไม่มีDiverticulitis
,pernia
โรคมะเร็งลำไส้
มะเร็งต่อมลูกหมาก
สาเหตุที่ทำให้คนเหล่านี้ไม่เป็นโรคมาจากเหตุผลเดียวคืออาหารที่ทาน
ข้อพิสูจน์ว่าน้ำผัก-ผลไม้สามารถต่อสู้กับโรคมะเร็งได้
มีคำถามหลายคำถามที่ทำให้นักวิจัยของสถาบันมะเร็งของสหรัฐอเมริกา
กระทรวงเกษตร และ อีกหลายๆที่ พยายามจะค้นคว้าหาสารตัวใดตัวหนึ่งที่อยู่ในอาหาร
เพื่อที่จะนำมาใช้รักษาโรคมะเร็ง แต่ในภาคปฏิบัติยังวิจัยพบน้อยมาก
เพราะแค่มะเขือเทศตัวเดียว ซึ่งมีวิตามินเอ วิตามินซี และแร่ธาตุต่างๆ
ยังมีสารตัวอื่นๆอีกไม่ต่ำกว่า10,000 ตัว
ทำให้นักวิทยาศาสตร์ยากที่จะแยกแยะและรู้จักมัน
ยิ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบสารประกอบไฟโตเคมิคอลมากเท่าไร
ยิ่งทำให้ความเข้าใจของเราในเรื่องอาหารเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องผัก-ผลไม้ อย่างเช่น บรอคโคลี
มีสารบางตัวที่รักษามะเร็งเต้านมได้
ผลไม้กลุ่มส้มมีสารบางตัวที่ช่วยร่างกายกำจัดสารก่อมะเร็งออกไปจากตัวได้
จึงลดโอกาสที่ทำให้เป็นมะเร็งลง
องุ่นมีสารไฟโตเคมิคอลที่ปกป้องดีเอนเอจากความเสียหาย
เช่นเดียวกันในพืชผักใบเขียวก็มีสารไฟโตเคมิคอลที่สามารถป้องการสารก่อมะเร็งชนิดต่างๆ
ในการศึกษาพืชผักอื่นๆก็พบในทำนองเดียวกันไม่ว่าจะเป็น บรอคโคลี ถั่วฝักยาว
กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ แครอท เคล หัวบีท ...
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเราคือ
เราทานผัก-ผลไม้กันไม่เพียงพอที่จะได้รับประโยชน์ของมัน ตัวอย่างเช่น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
สหรัฐอเมริกาได้แนะนำให้ทานผัก 5 จาน และ ผลไม้ 3 จานทุกวัน
แต่ในความเป็นจริงคนอเมริกันส่วนใหญ่ทานโดยเฉลี่ยได้แค่ ผัก 1
½
จานต่อวันส่วนผลไม้ก็ไม่ค่อยได้ทาน
ว่าทำไมการทานน้ำผัก-ผลไม้สดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ
ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่
ถ้าคุณลองศึกษาการดูแลสุขภาพโดยใช้น้ำผัก-ผลไม้
คุณจะพบว่าศูนย์สุขภาพต่างๆทั่วประเทศ(สหรัฐอเมริกา)ล้วนแต่แนะนำสูตรน้ำผัก-ผลไม้ที่ใกล้เคียงกัน
ไม่ว่าจะใช้ แครอท กะหล่ำปลี หรือ พืชผักใบเขียว
เช่นเดียวกับการคั้นน้ำผลไม้กลุ่ม ส้ม องุ่น แอปเปิ้ล
ซึ่งได้วิจัยพบว่าสามารถช่วยเราป้องกันมะเร็งได้
อีกเหตุผลหนึ่งที่ควรจะทานน้ำผัก-ผลไม้
เพราะว่าน้ำผัก-ผลไม้ทำให้เราได้รับสารอาหารที่สำคัญตัวหนึ่งคือ เอนไซม์
เอนไซม์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของการทำงานของร่างกาย
ทำหน้าที่กระตุ้นปฏิกิริยาเคมีต่างๆของร่างกาย เอนไซม์ยังช่วยเราย่อยอาหาร
ดูดซึมอาหาร ส่งต่ออาหารเข้าไปในเซลล์ของร่างกาย
และช่วยเราสร้างพลังงานในระดับเซลล์
ที่จริงแล้วเอนไซม์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของร่างกายเพราะทุกกิจกรรมของร่างกายเราทุกๆวินาทีล้วนต้องใช้เอนไซม์
น้ำผักผลไม้สดเป็นแหล่งที่สำคัญของเอนไซม์ ความสดของน้ำเป็นตัวสำคัญ
เพราะเอนไซม์ถูกทำลายได้ง่ายในความร้อน เมื่อไรก็ตามที่เราทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว
และถ้าอาหารนั้นถูกทำให้สุขด้วยความร้อนเกินกว่า 114
องศาเซลเซียส
เอนไซม์จะถูกทำลายไปจนหมด แต่ในน้ำผัก-ผลไม้สดเอนไซม์จะยังมีชีวิตอยู่ เครื่องคั้น
Healthyjuicer
สามารถทำให้คุณได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์
เพราะเครื่องนี้ไม่มีความร้อนเมื่อเปรียบเทียบกับระบบเหวี่ยงโดยทั่วไป
ซึ่งอาจจะเกิดความร้อนได้ง่าย
เพราะมีความเร็วของรอบสูงและการเสียดสีอากาศที่ค่อนข้างมาก
น้ำผัก-ผลไม้เป็นแหล่งที่วิเศษสุดของสารอาหาร ผลไม้กลุ่มส้มทำให้เราได้รับ
วิตามินซีจำนวนมาก
แครอททำให้เราได้รับ
วิตามินเอเป็นจำนวนมากในรูปของ เบต้าแคโรทีน
น้ำคั้นของผักใบเขียวก็เป็นแหล่งของวิตามินอี
น้ำผลไม้ยังเป็นแหล่งของแร่ธาตุที่สำคัญ ได้แก่ ธาตุเหล็ก ทองแดง โซเดียม
โปตัสเซียม แม็กนีเซียม
ไอโอดีน
ซึ่งแร่ธาตุจากพืชเหล่านี้ร่างกายสามารถดูดซึมมาใช้ได้ง่าย
ประการสุดท้าย การคั้นน้ำผัก-ผลไม้
เป็นหนทางหนึ่งที่ร่างกายจะได้รับสารอาหาร ในปริมาณมากโดยปราศจากไฟเบอร์
ที่จะขวางกั้นการดูดซึม เช่นถ้าทานแครอทสดอาจได้รับเบต้าแคโรทีน เพียงแค่
1%
เพราะส่วนใหญ่สารอาหารจะตกค้างอยู่ในไฟเบอร์
แต่ถ้าเรานำแครอทมาคั้นเป็นน้ำเอาไฟเบอร์ออก เกือบ100
%ของเบต้าแคโรทีนที่
ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้
|
|
|
© 2006 by Good Health (Thailand) Co., Ltd. All right reserved |