อาหารดีและการเรียนรู้ช่วยให้สมองดีขึ้น
การกระตุ้นสมองและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเป็นประจำจะส่งผลให้คุณลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้
แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม
แต่ก็มีการวิจัยว่าวิธีการง่ายๆเหล่านี้สามารถลดสาเหตุของความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้
มีงานวิจัยอยู่ฉบับหนึ่งกล่าวว่า
สมองนั้นมีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำปลีน้ำหนักประมาณ 90 กรัม
ซึ่งภายในประกอบด้วยเซลล์สมองเป็น 100 ล้านเซลล์
ที่เชื่อมต่อกันและติดต่อประสานงานกันอย่างเป็นระบบ
โดยมีเส้นเลือดทำหน้าที่ในการลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง
สมองของคนเรามีความสามารถพิเศษที่สามารถพัฒนาและเติบโตเพิ่มขึ้นได้เมื่อเราได้รับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ
และรับประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
งานวิจัยนี้ยังได้กล่าวถึงว่า
ระดับการศึกษามีผลต่อความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ด้วย คือ
คนที่มีระดับการศึกษาสูงๆ
จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์น้อยกว่าคนที่มีระดับการศึกษาต่ำ
เนื่องจากสมองของเราก็เปรียบเสมือนกล้ามเนื้อ
หากมีการใช้งานอย่างเป็นประจำและดูแลอย่างดีก็จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
และพร้อมต่อการใช้งานที่หนักๆได้
แต่เมื่อกล้ามเนื้อไม่ค่อยได้ใช้งานหรือไม่ได้ดูแลก็จะทำให้กล้ามเนื้อไม่มีความสามารถและความพร้อมที่จะทำงานต่างๆได้
ดังนั้นหากสมองของคนเราไม่ได้ผ่านการใช้งาน เช่น การคิดเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ
การเล่นหมากรุก การเรียนภาษาต่างประเทศ
หรือการแก้ปัญหาในการทำงานเป็นประจำทุกวัน ก็จะทำให้สมองเกิดการฝ่อ
อีกปัจจัยคือ ความวิตกกังวลและความเครียด การโศกเศร้าเรื้อรัง
เป็นคนขี้วิตกกังวลอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้
จากการวิจัยพบว่า เซลล์ประสาท(เดนไดรท์)สามารถพบได้ทั่วไปในร่างกาย
มีลักษณะเป็นหนวดคล้ายพุ่มไม้ ซึ่งเชื่อมต่อกับเซลล์สมอง
นั่นคือหากร่างกายเป็นโรคก็มีผลทำให้สมองอ่อนแอด้วย
นอกจากนี้แล้วความจำเสื่อมอาจมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจและโรคเบาหวาน
เนื่องมาจากการที่เส้นเลือดแดงอุดตันทำให้เลือดไหลไปหล่อเลี้ยงสมองได้ช้า
ไม่เพียงเฉพาะคนฉลาดเท่านั้นที่มีสมองดี
แต่แรงกระตุ้นจากสังคมก็สามารถทำให้สมองดีได้เช่นกัน
สังคมที่เสื่อมลงนั้นเป็นการทำนายได้ว่าระบบประสาทก็จะเสื่อมลงด้วย
การป้องกันการเกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์
ด้วยการบริโภคหรือรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
เนื่องจากสมองของคนเราก็ต้องการสารอาหารที่จำเป็นเพื่อไปเลี้ยงสมองเช่นเดียวกัน
การเลือกรับประทานอาหารที่ทำให้หัวใจและสมองมีสุขภาพดี คือ
ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวเพราะทำให้เส้นเลือดอุดตันและควรจะบริโภคกรดไขมันโอเมก้า
3 ซึ่งสามารถพบได้ในปลาและถั่ว
การรับประทานผักและผลไม้ที่ปอกเปลือกแล้วเป็นการรับประทานที่ไม่ถูกต้องเพราะสามารถพบวิตามินอีและวิตามินซีได้ในส่วนเปลือกของผักและผลไม้ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อสมอง
นักวิจัยยังพบว่าการบริโภคผักใบเขียวเช่น ผักโขม
เป็นการช่วยให้ระบบประสาทดีขึ้น เช่นเดียวกับวิตามินบี และกรดโฟลิกที่พบได้ในธัญพืช
,
ขนมปัง,
และผลไม้ เช่น สตรอเบอร์รี่
ซึ่งมีความสำคัญต่อสมองด้วยเช่นกัน
จากหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ ฉบับวันจันทร์ที่ 27
มิถุนายน 2548
เรียบเรียงโดย
ศุจิดา
พิชัยสวัสดิ์ บริษัท
กู๊ดเฮลท์ (ประเทศไทย) จำกัด