|
|
|
ออกกำลังกายช่วยล้างพิษ การที่เราจะมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บนั้นไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่เราต้องทำให้องค์ประกอบ 3 อย่าง สมดุลกันได้แก่ 1. อาหารและสิ่งแวดล้อม ต้องไม่เป็นพิษ 2 .การออกกำลังกาย 3. สภาวะจิตใจ- คิดดี ปราศจากความเครียด ในที่นี้จะขอกล่าวถึงหัวข้อ การออกกำลังกายซึ่งเป็นกระบวนการทำความสะอาดภายในร่างกายเพื่อขับของเสียออกมา และยังมีประโยชน์ในอีกหลายด้าน · เพิ่มการขับสารพิษ ( จากขบวนการเมตาโบลิตซึม สิ่งแวดล้อม) · ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบ โรคมะเร็ง · เพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อต่อ · ลดอาการเศร้าซึม · ลดความเครียด · เพิ่มการไหลเวียนของกระแสเลือดและน้ำเหลือง · เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย · กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน · เพิ่มประสิทธิภาพของระบบประสาท · กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร · ขจัดไขมันส่วนเกิน · ลดระดับคลอเลสเตอรอล · เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ · ช่วยควบคุมสมดุลของการหลั่งฮอร์โมน · ป้องกันการนอนไม่หลับ · ป้องกันภาวะกระดูกพรุน
การที่เรามีไขมันส่วนเกินในร่างกาย จะทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือด ความดันเลือดสูง อัตราการเกิดเมตาโบลิซึมลดลง ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการปวด เมื่อย เหนื่อยล้าและภาวะเสื่อมของอวัยวะต่างๆในที่สุด และที่สำคัญไปกว่านั้นเซลล์ไขมันยังเป็นที่กักเก็บของสารพิษ(toxin) อีกด้วย ซึ่งเมื่อร่างกายสะสมสารพิษมากขึ้นก็จะทำให้เซลล์ต่างๆเสื่อมลง ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าร่างกายที่มีน้ำหนักส่วนเกิน นั่นก็คือ ร่างกายที่มีสารพิษอยู่มากนั่นเอง มีหลายทฤษฎีกล่าวว่าน้ำหนักส่วนเกินของร่างกายมาจากการอัตราการเกิดเมตาโบลิตซึมที่ช้า ปัญหาด้านอารมณ์ ปัญหาทางสังคม ปัญหาทางพันธุกรรม แต่สาเหตุหลักที่แท้จริงแล้ว คือ การได้รับพลังงาน(แคลลอรี)มากกว่าที่ร่างกายใช้ หรือกล่าวง่ายๆว่า กินเยอะเกินไป ดังนั้นแคลลอรีส่วนเกินจะถูกเก็บในรูปของไขมัน การกำจัดไขมันออกจากร่างกาย นั่นต้องออกกำลังกายร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ พวก natural food ซึ่งต้องทำร่วมกันทั้งสองอย่าง เพราะเพียงแค่การลดอาหารอย่างเดียวไม่พอเนื่องจากจะก่อให้เกิดภาวะการสูญเสียน้ำได้ (dehydration) ถึงแม้ในคนที่ผอม จะมีไขมันน้อย แต่อย่าลืมว่าสารพิษนั้นสะสมอยู่ในไขมัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องออกกำลังกาย ร่วมกับอาหารที่ดี เพื่อช่วยกำจัดสารพิษและเสริมสร้างร่างกาย (ร่างกายของเรา ต้องการไขมัน แต่ต้องเป็นไขมันที่สะอาด) หลังการออกกำลังกายในช่วงแรก จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงเล็กน้อยเนื่องจากร่างกายมีการกำจัดสารพิษ (detoxification) แต่ต่อมาจะพบว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการสร้างและซ่อมแซมเซลล์สึกหรอ การออกกำลังกาย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของกระแสเลือดและน้ำเหลือง ซึ่งในของเหลวเหล่านี้จะ 1)นำสารอาหารและออกซิเจนไปสู่เซลล์ , 2) เอาสารพิษ (toxin) และของเสียจากขบวนการเมตาโบลิซึมออกจากเซลล์ ซึ่งถ้าการไหลเวียนของเหลวเหล่านี้ไม่ดี จะพบสารพิษสะสมในเนื้อเยื่อเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ระหว่างและหลังการออกกำลังกายจะเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของไตและตับ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการกำจัดสารพิษ และหลังการออกกำลังกาย พบว่าเม็ดเลือดขาวจะเพิ่มจำนวนขึ้นประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเม็ดเลือดขาวมีหน้าที่สำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน การหดตัวของกล้ามเนื้อทำให้เกิดแรงดันในระบบน้ำเหลือง ดังนั้นถ้าเราไม่เคลื่อนไหวร่างกายหรือขาดการออกกำลังกาย น้ำเหลืองก็จะไหลเวียนช้าจึงพบสารพิษ(toxin)สะสมในบริเวณที่มีการไหลเวียนช้า ได้แก่ บริเวณแผลเป็น, อวัยวะที่เป็นโรค , เท้า และสะโพก ดังนั้นบริเวณดังกล่าวจึงง่ายต่อการติดเชื้อและเป็นโรค จะเห็นได้จากตัวอย่างผู้ป่วยที่นอนอยู่นิ่งๆเป็นเวลานานจะพบแผลที่เรียกว่า bed sore ซึ่งพยาบาลต้องดูแลขยับร่างกายของผู้ป่วยเป็นประจำเพื่อป้องกันภาวะดังกล่าว บริเวณเชิงกรานเป็นบริเวณที่มีการไหลเวียนได้น้อยในคนที่ต้องนั่งทำงานตลอดวัน ดังนั้นอวัยวะบริเวณนี้จึงขาดออกซิเจนและเป็นแหล่งสะสมของเสีย จึงไม่น่าแปลกใจที่คนในยุคปัจจุบันพบมีความผิดปกติที่ต่อมลูกหมาก, มดลูก และรังไข่ กันมากขึ้น และยังมีผลกระทบถึงไต กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรง ซึ่งเป็นด่านสำคัญในการกำจัดสารพิษอีกด้วย นอกจากนี้การไหลเวียนน้ำเหลืองจะเป็นไปได้จำกัดในคนที่ใส่เสื้อผ้ารัดแน่น ดังจะเห็นได้จากการศึกษาเกี่ยวกับ การใส่เสื้อชั้นในกับการเกิดมะเร็งที่เต้านม หรือจากหนังสือ Dressed to Kill ในผู้หญิง 4,500 คน พบว่าครึ่งหนึ่งเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งในกลุ่มไม่ใส่เสื้อชั้นในมีเพียง 1 ใน 168คนที่เป็นมะเร็ง ในกลุ่มที่ใส่เสื้อชั้นในอย่างน้อย 12ชั่วโมงต่อวันแต่ไม่ได้ใส่นอน พบเป็นมะเร็งถึง 1ใน7 และในกลุ่มที่ใส่เสื้อชั้นในอย่างน้อย12ชั่วโมงและใส่นอน พบถึง 3ใน4 ทีเดียว จะเห็นว่าการใส่เสื้อชั้นในมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดมะเร็งเต้านม แต่อย่างไรก็ตามเสื้อชั้นในเป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น การออกกำลังกายและอาหารยังมีความสำคัญด้วย เพราะยิ่งขาดการออกกำลังกายแล้ว การไหลเวียนน้ำเหลืองบริเวณยิ่งแย่เมื่อร่วมกับการใส่เสื้อชั้นในโปรแกรมการออกกำลังกายของคุณ การออกกำลังกายที่ดีควรจะมีการเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกาย และที่สำคัญควรออกกำลังกายเป็นประจำ เรามีแนวทางง่ายๆมาแนะนำคุณดังนี้ 1. เริ่มแรกคุณต้องตกลงปลงใจว่าจะออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ 2. ในการออกกำลังกายแต่ละครั้งต้อง ไม่ต่ำกว่า 20 นาที ยิ่งนานกว่านี้ ยิ่งดีกับตัวคุณเอง 3. ควรเลือกชนิดของกีฬาที่คุณชอบ เพื่อที่จะได้ไม่เบื่อที่จะทำประจำ 4. คุณควรจะเลือกเวลาที่ออกกำลังกาย แล้วตั้งเป็นเวลาที่จะทำประจำ ตรงนี้สำคัญมากนะค่ะเพราะการที่คุณไม่เลือกเวลาที่แน่นอนลงไป คุณก็จะผลัดเวลาไปเรื่อย แล้วโปรแกรมออกกำลังกายก็จะล้มเหลว 5. สถานที่ที่จะออกกำลังกายควรเป็นที่เดิมทุกครั้ง คุณอาจจะเลือกห้องใดห้องหนึ่งในบ้าน ,โรงรถ หรือแม้แต่กลางแจ้ง 6. ตั้งเป้าหมาย 2 ระยะ -เป้าหมายระยะยาว: เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักที่จะเริ่มออกกำลังกาย -เป้าหมายระยะสั้น : เป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขมากขึ้นที่จะทำ ซึ่งเมื่อคุณบรรลุเป้าหมายหนึ่งแล้วคุณก็สร้างเป้าหมายใหม่ที่จะทำให้สำเร็จต่อไป 7. อย่าหักโหมจนเกินไป เพราะอาจทำให้คุณบาดเจ็บได้ 8. การอาบน้ำอุ่นหลังการออกกำลังกาย ถือเป็นการให้รางวัลกับคุณเอง เพราะน้ำจะล้างสารพิษจากเหงื่อที่ผิวหนังออก ทำให้คุณสดชื่นขึ้น 9. อย่าจำกัดการออกกำลังกายไว้แค่การทำตามโปรแกรม แต่คุณควรออกกำลังกายทุกครั้งที่คุณมีโอกาส เช่นการไปเล่นโบว์ลิ่ง เล่นเทนนิสกับเพื่อนของคุณ หรือแม้แต่การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์
ชนิดของกีฬา หลายท่าน เมื่อพูดถึงการออกกำลังกาย มักนึกถึงการวิ่งจ็อกกิ้ง (jogging) ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องข้อเข่าอยู่แล้ว กีฬาชนิดนี้ ไม่เหมาะกับคุณเลย สำหรับการออกกำลังกายบางประเภท เช่นการยกลูกตุ้มน้ำหนัก นั้นเป็นเพียงการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน ไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองได้ทั่วร่างกาย ดังนั้นหากจะออกกำลังกายเพื่อขจัดสารพิษแล้วละก็ควรเลือกกีฬาประเภทที่ได้ใช้ร่างกายทุกส่วน ว่ายน้ำ จัดเป็นกีฬาที่ดีอย่างหนึ่งเนื่องจากได้ออกกำลังกายในทุกส่วนและไม่มีผลกระทบต่อข้อเข่า แต่คลอรีนในสระว่ายน้ำก็สามารถซึมผ่านผิวหนังและเป็นพิษต่อร่างกายได้ ในขณะเดียวกัน ถ้าใช้โอโซนเพื่อเชื้อในสระแทน จะปลอดภัยกับคุณมากกว่า การเดิน เป็นการออกกำลังกายที่ง่าย และสามารถทำได้กับทุกเพศ ทุกวัยและทำได้ทุกที่ จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดพบว่าการเดินเพียง 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 30 % สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย ควรเดินอย่างน้อย 20 นาทีต่อวันไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถ้าถึง 5-6 ครั้งยิ่งดี ขณะเดินควรแกว่งแขนไปด้วยเพื่อให้ส่วนแขนได้ขยับ และขณะเดิน คุณสามารถพูดคุยกับผู้อื่นได้เพื่อความรื่นรมย์ มาออกกำลังกายเป็นประจำกันเถอะค่ะ เริ่มต้นวันนี้ ดีกว่าพรุ่งนี้แน่นอน เรียบเรียงและแปลจาก The Detox Book เรื่อง Exercise Detoxification โดย บริษัท กู๊ดเฮลท์ ประเทศไทย จำกัด ( 20 / 6 / 2549 )
|
|
|
|